
ความสวยงามของท้องทะเล นอกจากสีน้ำที่สวยงาม ทิวทัศน์ที่สุดลูกหูลูกตา ก็ยังมีแนวปะการังที่หลายคนชื่นชอบ และอยากจะไปดำน้ำดูปะการังในช่วงที่อนุญาตให้เที่ยวชม โดยทะเลภาคใต้บ้านเรามีแนวปะการังอยู่หลายแห่ง ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับแนวปะการังกันเลยดีกว่า
ปะการังคืออะไร?
ปะการัง เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทะเล จัดอยู่ในชั้นแอนโธซัวและจัดเป็นพวกดอกไม้ทะเล มีขนาดเล็กเรียกว่าโพลิฟ แต่จะอาศัยรวมกันอยู่เป็นโคโลนีที่ประกอบไปด้วยโพลิฟเดี่ยว ๆ จำนวนมาก เป็นกลุ่มที่สร้างแนวปะการังที่สำคัญพบในทะเลเขตร้อนที่สามารถดึงสารแคลเซียมคาร์บอเนตจากน้ำทะเลมาสร้างเป็นโครงสร้างแข็งเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยได้
แนวปะการัง
เป็นแนวหินปูนใต้ทะเลในระดับน้ำตื้นที่แสงแดดส่องถึง หินปูนดังกล่าวเป็นผลมาจากการเจริญเติบโตของปะการังหลายๆ ชนิด นอกจากนี้ ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกหลายชนิดที่มีส่วนเสริมสร้างหินปูนพอกพูนสะสมในแนวปะการัง เช่น สาหร่ายหินปูน หอยที่มีเปลือกแข็ง ฯลฯ ทั้งปะการังเองและสิ่งมีชีวิตที่สร้างหินปูนได้ เมื่อตายไปแล้วจะยังคงเหลือซากหินปูนทับถมพอกพูนต่อไป
เนื่องจากแนวปะการังประกอบด้วยปะการังหลายชนิดและปะการังแต่ละชนิดมีลักษณะโครงสร้างแตกต่างกันไป ทำให้โครงสร้างของแนวปะการังมีลักษณะซับซ้อน เต็มไปด้วยซอกหลืบเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตสิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น ปลาชนิดต่าง ๆ กุ้ง หอย ดาวทะเล ปลิงทะเล ฟองน้ำ ปะการังอ่อน กัลปังหา หนอนทะเล สาหร่ายทะเล เป็นต้น ทำให้แนวปะการังเป็นระบบนิเวศที่มีความซับซ้อน และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดในทะเลนั่นเอง
การแพร่กระจายของแนวปะการัง
คลื่นทะเลนี้เองที่เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการแพร่กระจายของแนวปะการังตามเกาะกลางทะเล ในอ่าวไทยทางภาคใต้ได้รับอิทธิพลจากคลื่นลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้แนวปะการังในอ่าวไทยทางภาคใต้ก่อตัวตามริมฝั่งทางด้านตะวันตกและทิศใต้ของเกาะต่างๆ ส่วนชายฝั่งที่รับแรงปะทะจากคลื่นลมเต็มที่ คือ ด้านทิศเหนือและด้านตะวันออกของเกาะมักเป็นชายฝั่งโขดหินที่ไม่มีแนวปะการัง แต่ก็อาจมีแนวปะการังก่อตัวขึ้นได้ตามปีกอ่าวที่สามารถกำบังคลื่นได้ ในทางกลับกันทางฝั่งทะเลอันดามันมีอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้แนวปะการังก่อตัวได้ดีเฉพาะทางชายฝั่งด้านตะวันออกและด้านเหนือของเกาะต่างๆ ส่วนด้านตะวันตกและทิศใต้มักเป็นโขดหินที่มีปะการังขึ้นประปราย
ในปัจจุบันสิ่งที่เป็นปัญหาต่อแนวปะการัง ล้วนมาจากฝีมือของมนุษย์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการทิ้งขยะลงในทะเล การลักลอบปล่อยน้ำเสียลงทะเล การก่อสร้างที่มีการเปิดหน้าดิน ขุดลอกพื้นที่ชายฝั่ง เพื่อกิจการต่างๆ รวมไปถึง การลักลอบทำการประมงตามเกาะที่อยู่ห่างไกลจากหน่วยตรวจของอุทยานแห่งชาติทางทะเล ส่งผลให้แนวปะการังมีความเสียหาย ถ้าหากเราไม่อนุรักษ์หรือบำรุงไว้ แนวปะการังสวยๆ ของบ้านเราอาจจะไม่มีให้ชมอีกต่อไป
