ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแค่ปัญหาโลกร้อนเท่านั้นที่น่ากังวลใจ แต่ปัญหาเรื่องขยะก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คนทั่วโลกต้องให้ความสำคัญ ยิ่งเป็นขยะขนาดเล็กยากต่อการกำจัด ยิ่งทำให้เสี่ยงต่อการเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายในทะเล แต่ใครหลายคนอาจเลือกที่จะมองข้าม เพราะคิดว่าไม่ใช่ปัญหาของตนเอง ดังนั้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ ในวันนี้เราจึงจะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อทั้งสิ่งแวดล้อมโลกและสิ่งแวดล้อมในไทยว่าเป็นอย่างไร

ก่อนอื่นทำความรู้จักก่อนว่าไมโครพลาสติกคืออะไร

ไมโครพลาสติก เป็นชื่อเรียกขยะพลาสติกที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 5 มิลลิเมตร เราสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  • พลาสติกที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้ทางการค้า Primary Microplastic เช่น ขยะที่เกิดจากอุตสาหกรรมความงาม เม็ดบีทโฟมล้างหน้า เส้นใยที่ใช้ผลิตเสื้อผ้า เป็นต้น
  • ไมโครพลาสติกที่เกิดจากการแตกหักของพลาสติกขนาดใหญ่ ผ่านกระบวนการธรรมชาติ Secondary Microplastic

ผลกระทบจากไมโครพลาสติกในมหาสมุทรรอบโลก

ระหว่างปี 2021 – 2022 พบไมโครพลาสติกกว่า 24.4 ล้านชิ้นทั่วมหาสมุทรรอบโลก โดยพบไมโครพลาสติกขนาด 0.1 – 0.2 มิลลิเมตรมากที่สุด และ 0.3 – 5 มิลลิเมตรพบรองลงมา ส่วนใหญ่เป็นพลาสติกประเภท PE, PP และไนลอน และไมโครพลาสติกรูปร่างเส้นใย และ Granule เป็นรูปร่างเด่นรองลงมา

ผลกระทบจากไมโครพลาสติกในทะเลไทย

จากผลการสำรวจในปี 2022 พบประเทศใครมีไมโครพลาสติกในทะเลเฉลี่ย 21.645 ชิ้นต่อลิตร โดยพบในช่วงฤดูฝนมากกว่า 34.59 ชิ้นต่อลิตร และในฤดูแล้งพบ 8.70 ชิ้นต่อลิตรตามลำดับ ไมโครพลาสติกที่พบมากที่สุดเป็นประเภท PP และ PE

ผลกระทบจากไมโครพลาสติกต่อสัตว์ทะเล

ปัจจุบันมลพิษทางน้ำไม่ได้เกิดจากเพียงแค่ไมโครพลาสติกเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงน้ำมันและสารเคมีต่าง ๆ จากเรือและยานพาหนะขนส่งต่าง ๆ รวมถึงสารเคมีที่ถูกปล่อยจากแหล่งโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งรู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นสิ่งที่สร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศภายในน้ำ เช่นเดียวกันกับไมโครพลาสติก สำหรับปัจจุบันพบการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกในสัตว์ทะเลหลายชนิด เช่น หอย 2 ฝา ปลาทู โดยประเภทของพลาสติกที่พบส่วนใหญ่จะมีรูปร่างเส้นใย สิ่งที่อันตรายกว่านั้น คือ เศษพลาสติกติดอวัยวะของสัตว์ทะเลหลายชนิดด้วยกัน 

จะเห็นได้ว่าผลกระทบจากไมโครพลาสติกในสิ่งแวดล้อมภายในทะเลนั้น เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก หากไม่รีบเร่งแก้ไข ปัญหาขยะล้นโลกอาจเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว

Explore More

สาเหตุของมลพิษทางดินที่คุณต้องรู้

การเกิดมลพิษ

สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด เราจำเป็นต้องพึ่งพาเพื่อประกอบกิจกรรมทางการเกษตรหรือสร้างที่อยู่อาศัย แต่กิจกรรมเหล่านี้ก็อาจส่งผลทำให้เกิดมลพิษทางดินแบบไม่รู้ตัว ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่อาจโยนความผิดให้ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นคนรับผิดชอบ แต่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ดังนั้นเราจึงควรเริ่มต้นด้วยการรู้ถึงสาเหตุของการเกิดมลพิษทางดิน เพื่อใช้ชีวิตอย่างมีสติ และอย่างน้อย ๆ ก็สามารถปรับพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สาเหตุของการเกิดมลพิษทางดิน หลัก ๆ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 7 สาเหตุ ดังต่อไปนี้ 1. การตัดไม้ทำลายป่า  ส่งผลต่อสภาพดินโดยรอบพังทลายได้ง่าย กลายเป็นสถานที่แห้งแล้ง เมื่อมีฝนตกหนักหรือเกิดพายุอย่างรุนแรงก็จะกลายเป็นสาเหตุทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากไม่มีต้นไม้หรือพืชคอยยึดเกาะหน้าดิน 2. การเพาะปลูก ถึงแม้การเพาะปลูกจะเป็นการเพิ่มต้นไม้หรือใบหญ้าให้กับธรรมชาติ แต่หากไม่มีวิธีการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ก็อาจทำให้แร่ธาตุภายในดินหมดไป เกิดการเสื่อมสภาพ และไม่สามารถปลูกพืชได้อีก

ทำความรู้จักกับพื้นฐานพลังงานลม

พลังงานลม

พลังงานลม เป็นรูปแบบหนึ่งของพลังงานหมุนเวียนที่ควบคุมพลังลม เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า เราได้นำพื้นฐานของการทำงานของพลังงานลม ที่เป็นข้อมูลดี ๆ มาฝากกันแล้ว  กังหันลม พลังงานลมจะถูกดักจับโดยใช้กังหันลมเป็นหลัก ซึ่งมีลักษณะเป็นโครงสร้างสูงที่มีใบมีดขนาดใหญ่ ที่จะหมุนเมื่อสัมผัสกับลม พลังงานจลน์ของอากาศที่กำลังเคลื่อนที่จะถูกแปลงเป็นพลังงานกลเมื่อใบพัดหมุน กังหันลม ประกอบด้วย ฟาร์มกังหันลม  กังหันลมมักถูกจัดกลุ่มไว้ด้วยกันในฟาร์มกังหันลม ฟาร์มกังหันลมสามารถตั้งอยู่บนชายฝั่งหรือนอกชายฝั่งก็ได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาทางภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจ ฟาร์มกังหันลมบนบกตั้งอยู่บนบก ในขณะที่ฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งสร้างขึ้นในแหล่งน้ำ  ประสิทธิผลของกังหันลมขึ้นอยู่กับความพร้อมและความแรงของลม ทรัพยากรลมมักได้รับการประเมินผ่านการวัดความเร็วลมและความสม่ำเสมอ โดยทั่วไปแล้วกังหันลมจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่ความเร็วลมระหว่าง 5 – 25 ไมล์ต่อชั่วโมง  กังหันลมได้รับการออกแบบให้หันหน้าเข้าหาลม จึงสามารถจับพลังงานได้มากที่สุด นอกจากนี้

“แนวปะการัง สมบัติล้ำค่าของท้องทะเลไทย”

แนวปะการัง

ความสวยงามของท้องทะเล นอกจากสีน้ำที่สวยงาม ทิวทัศน์ที่สุดลูกหูลูกตา ก็ยังมีแนวปะการังที่หลายคนชื่นชอบ และอยากจะไปดำน้ำดูปะการังในช่วงที่อนุญาตให้เที่ยวชม โดยทะเลภาคใต้บ้านเรามีแนวปะการังอยู่หลายแห่ง ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับแนวปะการังกันเลยดีกว่า ปะการังคืออะไร? ปะการัง เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทะเล จัดอยู่ในชั้นแอนโธซัวและจัดเป็นพวกดอกไม้ทะเล มีขนาดเล็กเรียกว่าโพลิฟ แต่จะอาศัยรวมกันอยู่เป็นโคโลนีที่ประกอบไปด้วยโพลิฟเดี่ยว ๆ จำนวนมาก เป็นกลุ่มที่สร้างแนวปะการังที่สำคัญพบในทะเลเขตร้อนที่สามารถดึงสารแคลเซียมคาร์บอเนตจากน้ำทะเลมาสร้างเป็นโครงสร้างแข็งเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยได้ แนวปะการัง เป็นแนวหินปูนใต้ทะเลในระดับน้ำตื้นที่แสงแดดส่องถึง หินปูนดังกล่าวเป็นผลมาจากการเจริญเติบโตของปะการังหลายๆ ชนิด นอกจากนี้ ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกหลายชนิดที่มีส่วนเสริมสร้างหินปูนพอกพูนสะสมในแนวปะการัง เช่น สาหร่ายหินปูน หอยที่มีเปลือกแข็ง ฯลฯ ทั้งปะการังเองและสิ่งมีชีวิตที่สร้างหินปูนได้ เมื่อตายไปแล้วจะยังคงเหลือซากหินปูนทับถมพอกพูนต่อไป