มลพิษ

คุณเคยตระหนักหรือไม่ว่าการใช้ชีวิตของเราในปัจจุบันนั้นอาจก่อให้เกิดพิษต่อตัวเราเองในทางอ้อม โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อดินที่อาจกลายเป็นภัยร้ายแบบไม่รู้ตัว แต่สาเหตุของมลพิษเหล่านั้นมีอะไรบ้าง เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจ 

ผลกระทบจากมลพิษทางดินที่เราต้องใส่ใจ

หลัก ๆ แล้วจะมีสาเหตุมาจากมลพิษทางขยะ ไม่ว่าจะเป็นขยะจากโรงงานอุตสาหกรรม โลหะหนัก เช่น แคดเมียม ตะกั่ว ปรอท สารประกอบอินทรีย์จากขยะบางชนิด เช่น โลหะ พลาสติก หนัง หรือจะเป็นผลกระทบจากขยะอุตสาหกรรมนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น แบตเตอรี่เก่า ยางรถยนต์เก่า ถุงมือยางใช้แล้ว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นขยะที่มีผลต่อคุณภาพของดิน  

ผลกระทบที่ได้รับ เช่น 

  • อากาศเสียจากการเผาไหม้ขยะกลางแจ้ง เกิดควันและสารพิษทางอากาศ ทำให้คุณภาพอากาศเสื่อมโทรม
  • น้ำเน่าเสียจากกองขยะบนพื้นที่ถูกชำระล้างโดยน้ำฝนไหลลงสู่แม่น้ำ กลายเป็นแหล่งพาหะนำโรค
  • เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของหนูและแมลง ซึ่งเป็นพาหะนำโรคติดต่อ 
  • มีผลต่อสุขอนามัยของคนในชุมชนและบริเวณโดยรอบ

แนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม

การป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับน้ำ ดิน หรืออากาศ ต้องอาศัยการร่วมมือกันจากหลายหน่วยงาน เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น

  • ควบคุมเทคโนโลยีการแปรรูปให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยลดการเกิดของเสีย หลีกเลี่ยงการใส่มลสารเข้าสู่กระบวนการใช้และแปรรูป
  • ควบคุมการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยถ่านหินลิกไนต์ เพื่อไม่ให้เกิดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกินค่ามาตรฐาน
  • การจัดการและการทำลายขยะ เช่น กากของสารอินทรีย์ทำปุ๋ยหมัก โลหะหล่อใหม่ หรือส่วนที่ไม่ได้ใช้ควรได้รับการฝังกลบอย่างมิดชิด
  • ส่งเสริมการบำบัดน้ำเสียทั้งทางเคมี ฟิสิกส์ และชีวะ จนกว่าจะได้น้ำทิ้งที่มีค่าความสะอาดใกล้เคียงธรรมชาติ
  • กำจัดของเสียที่เป็นฝุ่นละอองหรือก๊าซพิษด้วยเครื่องกรอง หากเลี่ยงการดำเนินการไม่ได้ และเสี่ยงทำให้พื้นที่ดังกล่าวปนเปื้อนสารพิษ โดยการวางแผนใช้ดินอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบแก่ผู้อยู่อาศัยหรือชุมชนใกล้เคียง
  • มีการตรวจสอบและวัดผลมลสารเป็นระยะ เพื่อหาวิธีการรับมือทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เช่น บริเวณพื้นที่ที่มีโรงงานที่ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงอย่างกำมะถัน คาร์บอน หรือไนเตรท ซึ่งส่งผลทำให้มีโอกาสเกิดปฏิกิริยาทางเคมีในบรรยากาศและอาจทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนกรดเกิดขึ้น ซึ่งต้องมีการติดตามและดูแลอย่างใกล้ชิด

การดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการดูแลรักษา หรือการป้องกัน เพื่อให้โลกของเรายังมีธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดี ๆ ให้ได้ชื่นใจ

Explore More

“แนวปะการัง สมบัติล้ำค่าของท้องทะเลไทย”

แนวปะการัง

ความสวยงามของท้องทะเล นอกจากสีน้ำที่สวยงาม ทิวทัศน์ที่สุดลูกหูลูกตา ก็ยังมีแนวปะการังที่หลายคนชื่นชอบ และอยากจะไปดำน้ำดูปะการังในช่วงที่อนุญาตให้เที่ยวชม โดยทะเลภาคใต้บ้านเรามีแนวปะการังอยู่หลายแห่ง ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับแนวปะการังกันเลยดีกว่า ปะการังคืออะไร? ปะการัง เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทะเล จัดอยู่ในชั้นแอนโธซัวและจัดเป็นพวกดอกไม้ทะเล มีขนาดเล็กเรียกว่าโพลิฟ แต่จะอาศัยรวมกันอยู่เป็นโคโลนีที่ประกอบไปด้วยโพลิฟเดี่ยว ๆ จำนวนมาก เป็นกลุ่มที่สร้างแนวปะการังที่สำคัญพบในทะเลเขตร้อนที่สามารถดึงสารแคลเซียมคาร์บอเนตจากน้ำทะเลมาสร้างเป็นโครงสร้างแข็งเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยได้ แนวปะการัง เป็นแนวหินปูนใต้ทะเลในระดับน้ำตื้นที่แสงแดดส่องถึง หินปูนดังกล่าวเป็นผลมาจากการเจริญเติบโตของปะการังหลายๆ ชนิด นอกจากนี้ ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกหลายชนิดที่มีส่วนเสริมสร้างหินปูนพอกพูนสะสมในแนวปะการัง เช่น สาหร่ายหินปูน หอยที่มีเปลือกแข็ง ฯลฯ ทั้งปะการังเองและสิ่งมีชีวิตที่สร้างหินปูนได้ เมื่อตายไปแล้วจะยังคงเหลือซากหินปูนทับถมพอกพูนต่อไป

สาเหตุของมลพิษทางดินที่คุณต้องรู้

การเกิดมลพิษ

สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด เราจำเป็นต้องพึ่งพาเพื่อประกอบกิจกรรมทางการเกษตรหรือสร้างที่อยู่อาศัย แต่กิจกรรมเหล่านี้ก็อาจส่งผลทำให้เกิดมลพิษทางดินแบบไม่รู้ตัว ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่อาจโยนความผิดให้ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นคนรับผิดชอบ แต่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ดังนั้นเราจึงควรเริ่มต้นด้วยการรู้ถึงสาเหตุของการเกิดมลพิษทางดิน เพื่อใช้ชีวิตอย่างมีสติ และอย่างน้อย ๆ ก็สามารถปรับพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สาเหตุของการเกิดมลพิษทางดิน หลัก ๆ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 7 สาเหตุ ดังต่อไปนี้ 1. การตัดไม้ทำลายป่า  ส่งผลต่อสภาพดินโดยรอบพังทลายได้ง่าย กลายเป็นสถานที่แห้งแล้ง เมื่อมีฝนตกหนักหรือเกิดพายุอย่างรุนแรงก็จะกลายเป็นสาเหตุทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากไม่มีต้นไม้หรือพืชคอยยึดเกาะหน้าดิน 2. การเพาะปลูก ถึงแม้การเพาะปลูกจะเป็นการเพิ่มต้นไม้หรือใบหญ้าให้กับธรรมชาติ แต่หากไม่มีวิธีการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ก็อาจทำให้แร่ธาตุภายในดินหมดไป เกิดการเสื่อมสภาพ และไม่สามารถปลูกพืชได้อีก

ทำความรู้จักกับพื้นฐานพลังงานลม

พลังงานลม

พลังงานลม เป็นรูปแบบหนึ่งของพลังงานหมุนเวียนที่ควบคุมพลังลม เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า เราได้นำพื้นฐานของการทำงานของพลังงานลม ที่เป็นข้อมูลดี ๆ มาฝากกันแล้ว  กังหันลม พลังงานลมจะถูกดักจับโดยใช้กังหันลมเป็นหลัก ซึ่งมีลักษณะเป็นโครงสร้างสูงที่มีใบมีดขนาดใหญ่ ที่จะหมุนเมื่อสัมผัสกับลม พลังงานจลน์ของอากาศที่กำลังเคลื่อนที่จะถูกแปลงเป็นพลังงานกลเมื่อใบพัดหมุน กังหันลม ประกอบด้วย ฟาร์มกังหันลม  กังหันลมมักถูกจัดกลุ่มไว้ด้วยกันในฟาร์มกังหันลม ฟาร์มกังหันลมสามารถตั้งอยู่บนชายฝั่งหรือนอกชายฝั่งก็ได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาทางภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจ ฟาร์มกังหันลมบนบกตั้งอยู่บนบก ในขณะที่ฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งสร้างขึ้นในแหล่งน้ำ  ประสิทธิผลของกังหันลมขึ้นอยู่กับความพร้อมและความแรงของลม ทรัพยากรลมมักได้รับการประเมินผ่านการวัดความเร็วลมและความสม่ำเสมอ โดยทั่วไปแล้วกังหันลมจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่ความเร็วลมระหว่าง 5 – 25 ไมล์ต่อชั่วโมง  กังหันลมได้รับการออกแบบให้หันหน้าเข้าหาลม จึงสามารถจับพลังงานได้มากที่สุด นอกจากนี้