การเกิดมลพิษ

สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด เราจำเป็นต้องพึ่งพาเพื่อประกอบกิจกรรมทางการเกษตรหรือสร้างที่อยู่อาศัย แต่กิจกรรมเหล่านี้ก็อาจส่งผลทำให้เกิดมลพิษทางดินแบบไม่รู้ตัว ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่อาจโยนความผิดให้ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นคนรับผิดชอบ แต่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ดังนั้นเราจึงควรเริ่มต้นด้วยการรู้ถึงสาเหตุของการเกิดมลพิษทางดิน เพื่อใช้ชีวิตอย่างมีสติ และอย่างน้อย ๆ ก็สามารถปรับพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

สาเหตุของการเกิดมลพิษทางดิน

หลัก ๆ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 7 สาเหตุ ดังต่อไปนี้

1. การตัดไม้ทำลายป่า 

ส่งผลต่อสภาพดินโดยรอบพังทลายได้ง่าย กลายเป็นสถานที่แห้งแล้ง เมื่อมีฝนตกหนักหรือเกิดพายุอย่างรุนแรงก็จะกลายเป็นสาเหตุทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากไม่มีต้นไม้หรือพืชคอยยึดเกาะหน้าดิน

2. การเพาะปลูก

ถึงแม้การเพาะปลูกจะเป็นการเพิ่มต้นไม้หรือใบหญ้าให้กับธรรมชาติ แต่หากไม่มีวิธีการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ก็อาจทำให้แร่ธาตุภายในดินหมดไป เกิดการเสื่อมสภาพ และไม่สามารถปลูกพืชได้อีก

3. การทิ้งขยะมูลฝอยและของเสียต่าง ๆ 

ขยะมีสารมากมายที่ส่งผลกระทบต่อมลภาวะทางดิน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเชื้อโรคหรือความอันตรายจากสารเคมี โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ที่มีโรงงานตั้งอยู่ และยิ่งโรงงานดังกล่าวมีการใช้อินทรีย์หรืออนินทรีย์ที่มีขยะสลายตัวยาก เช่น วัสดุทำผ้าฝ้าย หนัง พลาสติก โลหะ ก็ยิ่งส่งผลให้บริเวณข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำหรือดินเน่าเสีย ไม่สามารถนำมาใช้ในการเพาะปลูกได้อีก

4. การใช้ยาปราบศัตรูพืชและสัตว์

แน่นอนว่าการนำเอาสารเคมีมาใช้กับพืชหรือสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติย่อมไม่เป็นผลดี โดยเฉพาะยาปราบศัตรูพืชบางชนิด หากผสมคลุกเคล้าเข้ากับดินแล้วอาจเกิดปฏิกิริยาเคมีที่ส่งผลต่อพืชและสัตว์บริเวณดังกล่าว หรือสารเคมีบางชนิดอาจคงทนต่อการสลายตัวและสะสมอยู่ในดินเป็นเวลานาน

5. น้ำชลประทาน

สาเหตุพี่น้ำชลประทานเป็นพิษ คือ เกิดจากตะกอนเกลือ และสารเคมีต่าง ๆ ที่ปะปนมากับน้ำในพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบ ยิ่งบริเวณพื้นที่ดังกล่าวมีการใช้ยาปราบศัตรูพืช สารเคมีกันอย่างกว้างขวางแล้วด้วย เมื่อเวลาฝนตกน้ำก็จะพัดพานำเอาสารเคมีดังกล่าวไหลลงสู่แม่น้ำ ลำคลองจนกลายมาเป็นมลพิษทางน้ำและดินตามมา

6. การใส่ปุ๋ย

แม้การใส่ปุ๋ยเป็นการเพิ่มธาตุหลักให้กับดิน แต่หากใส่มากเกินไปก็อาจเกิดการสะสม โดยเฉพาะฟอสฟอรัส ไนโตรเจน และโพแทสเซียม หากมีในดินปริมาณมากอาจทำให้ดินเป็นพิษได้ เช่น ปุ๋ยที่มีแอลมาเนียมซัลเฟต จะทำปฏิกิริยารีดักชั่นได้ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟต์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบการหายใจของรากพืช ทำให้ดูดซึมแร่ธาตุต่าง ๆ ได้น้อยลง

7. การใช้สารเคมีและสารกัมมันตรังสี 

ได้แก่ ยาปราบศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง ส่วนใหญ่สารเคมีเหล่านี้มักสะสมในดินและทำลายแบคทีเรียดี จนสภาพดินเกิดการเสื่อมสภาพ 

จะเห็นได้ว่าสาเหตุของมลพิษทางดินที่กล่าวไปข้างต้นล้วนแล้วแต่เกิดจากฝีมือมนุษย์แทบทั้งสิ้น ดังนั้นในฐานะที่เราเป็นหนึ่งในประชากรของโลกและอยากให้โลกอยู่กับเราไปนาน ๆ ก็ถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีหรือยาปราบศัตรูพืช รวมถึงการทิ้งขยะมูลฝอยและของเสียต่าง ๆ แม้จะช่วยไม่ได้มาก แต่ก็ดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย

Explore More

“แนวปะการัง สมบัติล้ำค่าของท้องทะเลไทย”

แนวปะการัง

ความสวยงามของท้องทะเล นอกจากสีน้ำที่สวยงาม ทิวทัศน์ที่สุดลูกหูลูกตา ก็ยังมีแนวปะการังที่หลายคนชื่นชอบ และอยากจะไปดำน้ำดูปะการังในช่วงที่อนุญาตให้เที่ยวชม โดยทะเลภาคใต้บ้านเรามีแนวปะการังอยู่หลายแห่ง ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับแนวปะการังกันเลยดีกว่า ปะการังคืออะไร? ปะการัง เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทะเล จัดอยู่ในชั้นแอนโธซัวและจัดเป็นพวกดอกไม้ทะเล มีขนาดเล็กเรียกว่าโพลิฟ แต่จะอาศัยรวมกันอยู่เป็นโคโลนีที่ประกอบไปด้วยโพลิฟเดี่ยว ๆ จำนวนมาก เป็นกลุ่มที่สร้างแนวปะการังที่สำคัญพบในทะเลเขตร้อนที่สามารถดึงสารแคลเซียมคาร์บอเนตจากน้ำทะเลมาสร้างเป็นโครงสร้างแข็งเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยได้ แนวปะการัง เป็นแนวหินปูนใต้ทะเลในระดับน้ำตื้นที่แสงแดดส่องถึง หินปูนดังกล่าวเป็นผลมาจากการเจริญเติบโตของปะการังหลายๆ ชนิด นอกจากนี้ ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกหลายชนิดที่มีส่วนเสริมสร้างหินปูนพอกพูนสะสมในแนวปะการัง เช่น สาหร่ายหินปูน หอยที่มีเปลือกแข็ง ฯลฯ ทั้งปะการังเองและสิ่งมีชีวิตที่สร้างหินปูนได้ เมื่อตายไปแล้วจะยังคงเหลือซากหินปูนทับถมพอกพูนต่อไป

ผลกระทบจากมลพิษทางดินที่เราต้องใส่ใจ

มลพิษ

คุณเคยตระหนักหรือไม่ว่าการใช้ชีวิตของเราในปัจจุบันนั้นอาจก่อให้เกิดพิษต่อตัวเราเองในทางอ้อม โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อดินที่อาจกลายเป็นภัยร้ายแบบไม่รู้ตัว แต่สาเหตุของมลพิษเหล่านั้นมีอะไรบ้าง เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจ  ผลกระทบจากมลพิษทางดินที่เราต้องใส่ใจ หลัก ๆ แล้วจะมีสาเหตุมาจากมลพิษทางขยะ ไม่ว่าจะเป็นขยะจากโรงงานอุตสาหกรรม โลหะหนัก เช่น แคดเมียม ตะกั่ว ปรอท สารประกอบอินทรีย์จากขยะบางชนิด เช่น โลหะ พลาสติก หนัง หรือจะเป็นผลกระทบจากขยะอุตสาหกรรมนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น แบตเตอรี่เก่า ยางรถยนต์เก่า ถุงมือยางใช้แล้ว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นขยะที่มีผลต่อคุณภาพของดิน   ผลกระทบที่ได้รับ เช่น  แนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม การป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับน้ำ

ทำความรู้จักกับพื้นฐานพลังงานลม

พลังงานลม

พลังงานลม เป็นรูปแบบหนึ่งของพลังงานหมุนเวียนที่ควบคุมพลังลม เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า เราได้นำพื้นฐานของการทำงานของพลังงานลม ที่เป็นข้อมูลดี ๆ มาฝากกันแล้ว  กังหันลม พลังงานลมจะถูกดักจับโดยใช้กังหันลมเป็นหลัก ซึ่งมีลักษณะเป็นโครงสร้างสูงที่มีใบมีดขนาดใหญ่ ที่จะหมุนเมื่อสัมผัสกับลม พลังงานจลน์ของอากาศที่กำลังเคลื่อนที่จะถูกแปลงเป็นพลังงานกลเมื่อใบพัดหมุน กังหันลม ประกอบด้วย ฟาร์มกังหันลม  กังหันลมมักถูกจัดกลุ่มไว้ด้วยกันในฟาร์มกังหันลม ฟาร์มกังหันลมสามารถตั้งอยู่บนชายฝั่งหรือนอกชายฝั่งก็ได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาทางภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจ ฟาร์มกังหันลมบนบกตั้งอยู่บนบก ในขณะที่ฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งสร้างขึ้นในแหล่งน้ำ  ประสิทธิผลของกังหันลมขึ้นอยู่กับความพร้อมและความแรงของลม ทรัพยากรลมมักได้รับการประเมินผ่านการวัดความเร็วลมและความสม่ำเสมอ โดยทั่วไปแล้วกังหันลมจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่ความเร็วลมระหว่าง 5 – 25 ไมล์ต่อชั่วโมง  กังหันลมได้รับการออกแบบให้หันหน้าเข้าหาลม จึงสามารถจับพลังงานได้มากที่สุด นอกจากนี้